เครื่องขมา หมายถึง เครื่องขมาศพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพร้อมกับไฟในการพระราชทานเพลิงศพ ซึ่งประกอบด้วยช่อดอกไม้จันทน์ ธูปไม้ระกำ เทียนไส้รวม กระทงข้าวตอก กระทงดอกไม้ อย่างละ ๑ กระทง โดยทรงวางกระทงข้างตอกก่อน ตามด้วยกระทงดอกไม้ แล้วจึงจุดดอกไม้จันทน์ ธูปเทียน จากไฟหลวง
เครื่องทรงธรรม หมายถึง เครื่องสักการะสำหรับสดับพระธรรมเทศนา และบูชาพระรัตนตรัย หรือปูชนียบุคคล มีอยู่ ๒ อย่าง คือ เครื่องทรงธรรมสำรับใหญ่ ซึ่งมีธูป เทียน ดอกไม้ ตั้งบนโต๊ะกะไหล่ทอง และเครื่องทรงธรรมสำรับน้อย คือ เครื่องนมัสการทองน้อย

เครื่องนมัสการทองน้อย ในภาพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยในการบำเพ็ญพระราชกุศลทรงบาตร เนื่องในพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธย ณ พลับพลาท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
เครื่องนมัสการ เป็นเครื่องสักการะบูชาที่ใช้ในงานพระราชพิธีต่างๆ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทที่สำคัญๆ มีดังนี้
๑. เครื่องนมัสการทองใหญ่ เป็นเครื่องบูชาที่ใช้ในงานพระราชพิธีประจำพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตั้งถวายเฉพาะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น มีแท่นสลักปิดทองขนาดใหญ่ รองเชิงปักธูปเทียนและพานรองพุ่มข้าวตอกดอกไม้
๒. เครื่องนมัสการพานทองสองชั้น เป็นเครื่องบูชาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดบูชาพระพุทธรูปสำคัญในการพระราชพิธีและการบำเพ็ญพระราชกุศล เช่น พระราชพิธีทักษิณานุประทานเนื่องในการพระราชพิธีฉัตรมงคล ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย จะตั้งเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นที่หน้าพระที่นั่งบุษบกมาลา และ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จะตั้งเครื่องนมัสการพานทองสองชั้นที่หน้าแท่นมุก เพื่อทรงจุดบูชาพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์
๓. เครื่องนมัสการทองลงยาราชาวดี เป็นเครื่องบูชาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดบูชาพระพุทธรูปสำคัญ และถวายสักการะพระบรมศพ พระบรมอัฐิ ในการพระราชพิธีและการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระที่นั่งในพระบรมมหาราชวัง เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระราชพิธีสงกรานต์ และ พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นต้น
๔. เครื่องนมัสการทองลงยารอง เป็นเครื่องถวายนมัสการบูชาพระพุทธรูป ถวายสักการะพระบรมศพ พระบรมอัฐิ ในปัจจุบันจัดเป็นเครื่องนมัสการสำหรับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงใช้ถวายสักการะในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเฉพาะในพระที่นั่งในพระบรมมหาราชวัง เช่น งานพระบรมศพ พระราชพิธีสงกรานต์ พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทานเนื่องในพระราชพิธีฉัตรมงคล ที่ทรงใช้จุดถวายสักการะพระบรมอัฐิ

๕. เครื่องนมัสการทองทิศ เป็นเครื่องนมัสการอย่างเดียวกับเครื่องนมัสการทองใหญ่ แต่มีขนาดเล็กกว่า จึงสามารถขนย้ายไปตั้งแต่ง ณ สถานที่ต่างๆ ได้สะดวก ซึ่งจะทรงใช้บูชาพระพุทธรูปหรือปูชนียสถานสำคัญ
๖. เครื่องนมัสการกระบะถม เป็นเครื่องนมัสการสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมวงศ์ ทรงจุดบูชาพระรัตนตรัยในการบำเพ็ญพระราชกุศลภายในเป็นการส่วนพระองค์ หรือใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินยังต่างจังหวัด
๗. เครื่องนมัสการท้ายที่นั่ง เป็นเครื่องบูชาประกอบด้วยดอกไม้ ธูป เทียน ที่เจ้าหน้าที่ตามเสด็จพระราชดำเนินเตรียมไปสำหรับทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศ์ในการเสด็จพระราชดำเนินไปในที่ต่างๆ เมื่อมีพระราชประสงค์จะทรงสักการะพระพุทธรูป หรือปูชนียสถานสำคัญ

เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ หมายถึง สิ่งของอันเป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นพระราชาธิบดี รวม ๕ สิ่ง เมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษก จะได้มีการถวายเครื่องเบญจกกุธภัณฑ์ ๕ สิ่ง อันแสดงถึงการเป็นพระราชาธิบดีโดยสมบูรณ์ สำหรับเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ตามตำราที่มีมาแต่โบราณ จะมีกล่าวถึงแตกต่างกันออกไป อันจะเป็นเพราะในแต่ละภูมิภาคมีความเชื่อ หรือคติที่แตกต่างกัน
ในส่วนของเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ของพระมหากษัตริย์ไทยนั้นมีปรากฏรายชื่อในศิลาจารึกเรื่องอภิเษกพระเจ้าเลอไทย เมื่อ พ.ศ. ๑๘๙๐ อยู่ ๓ สิ่ง คือ ๑. เศวตฉัตร ๒. พระขรรค์ชัยศรี๓. มงกุฎ ส่วนอีก ๒ สิ่งนั้นไม่ปรากฏว่าเป็นอะไร
ส่วนเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ที่ใช้อยู่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั้น มีดังนี้ คือ
๑. พระมหาพิชัยมงกุฎ เป็นพระมหามงกุฎทองคำลงยาประดับ สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธ-ยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เฉพาะองค์พระมหามงกุฎซึ่งไม่รวมถึงพระจอน สูง ๕๑ ซม. ถ้ารวมถึงพระจอนสูง ๖๖ ซม. มีน้ำหนัก ๗๓๐๐ กรัม ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แต่งเติมพระมหาพิชัยมงกุฎนี้โดยประดับเพชรขนาดใหญ่ที่ยอดพระมหามงกุฎ ๑ เม็ด และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานขนานนามเพชรเม็ดนี้ว่า พระมหาวิเชียรมณี
๒. พระแสงขรรค์ชัยศรี เป็นพระขรรค์โบราณ เชื่อกันว่าเป็นพระราชศาสตราคู่บ้านคู่เมืองของเขมรในรัชสมัยพระเจ้าปทุมสุริยวงศ์ จมอยู่ในทะเลสาบเมืองนครเสียมราฐมาเป็นเวลานานเท่าใดไม่มีใครทราบ ชาวประมงที่เมืองนั้นทอดแหขึ้นมาได้ แต่องค์พระขรรค์ยังไม่ได้เกิดสนิมผุกร่อนเสียหายแต่อย่างใด ดังนั้นเจ้าพระยา-อภัยภูเบศร์ (แบน) ผู้สำเร็จราชการเมืองพระตะบองและนครเสียมราฐ จึงได้ให้พระยาเขมรเชิญเข้ามาทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๗ พระองค์จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ช่างทำด้ามพระขรรค์หุ้มทองคำลงยาราชาวดีลายเทพพนม ทำฝักหุ้มทองคำลงยาราชาวดีประดับมณีขึ้นด้วยฝีมืออันงดงามประณีต แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญเป็นเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ในการพระราชพิธี-บรมราชาภิเษก เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๘

พระแสงขรรค์องค์นี้ เฉพาะส่วนที่เป็นองค์พระขรรค์ยาว ๖๔.๕ ซม. ที่สันตอนใกล้จะถึงด้ามคร่ำด้วยทองคำ (ฝังลวดลายทองคำลงในเนื้อโลหะ) ยังไม่สามารถค้นพบหลักฐานยืนยันว่า ได้ทำขึ้นมาแต่สมัยพระเจ้าปทุมสุริยวงศ์ หรือทำขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธ-ยอดฟ้าจุฬาโลก พระขรรค์นี้เมื่อได้ประกอบด้ามแล้วยาว ๘๙.๙ ซม. หนัก ๑๓๐๐ กรัม สวมฝักแล้ว ยาว ๑๐๑ ซม. หนัก ๑๙๐๐ กรัม

๓. ธารพระกร เป็นไม้ชัยพฤกษ์หุ้มทองคำ ตลอดปลายสุดของธารพระกรทำเป็นซ่อมสามง่าม ธารพระกรองค์นี้ สร้างขึ้นเป็นเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์แต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จ-พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างธารพระกรทองคำขึ้นใหม่อีกองค์หนึ่ง ลักษณะใกล้ไปทางพระแสงดาบ ยอดทำเป็นรูปเทวดา ชักยอดออกจากองค์ธารพระกรแล้วจะกลายเป็นพระแสงเสน่า (มีดสำหรับขว้าง) เมื่อสร้างธารพระกรเทวรูปองค์นี้ขึ้นแล้ว ก็ทรงเปลี่ยนใช้แทนธารพระกรไม้ชัยพฤกษ์ ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญธารพระกรไม้ชัยพฤกษ์ของเก่ากลับมาใช้เป็นเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์เช่นเดิม เพราะมีพระราชประสงค์ที่จะรักษาของเดิมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกไว้ อย่างไรก็ตามในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เชิญธารพระกรไม้ชัยพฤกษ์ทูลเกล้าฯ ถวายเป็นเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ส่วนในการพระราชพิธีฉัตรมงคล เชิญออกสมโภชทั้งธารพระกรไม้ชัยพฤกษ์และธารพระกรเทวรูป

๔. วาลวิชนี ของเดิมที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ-พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เป็นพัดใบตาลแบบที่เรียกกันว่า พัชนีฝักมะขาม ที่ใบตาลปิดทอง ขอบขลิบทองคำ ด้ามก็ทำด้วยทองคำ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่า ตามบาลีที่เรียกว่า “วาลวิชนี” นั้น ไม่ควรจะเป็นพัดใบตาล ควรจะเป็นเครื่องโบกปัดที่ทำด้วยขนจามรีเพราะ “วาล” แปลว่า ขนโคชนิดหนึ่ง ซึ่งฝรั่งเรียกว่า Yak หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า “จามรี” ดังนั้นจึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระแส้จามรีขึ้นเป็นเครื่องราช-กกุธภัณฑ์ แต่ก็ไม่อาจที่จะเลิกใช้พัดใบตาลของเดิมได้ จึงได้ใช้ควบคู่กันทั้งพัดใบตาลและพระแส้จามรี โดยเรียกของสองสิ่งรวมกันว่า “วาลวิชนี”
เมื่อคราวการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชนั้น ไม่ได้เชิญพระแส้จามรีมาทูลเกล้าฯ ถวาย โดยได้เลือกพระแส้หางช้างเผือก ซึ่งเป็นพระแส้ที่มีมาแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า-จุฬาโลก ทูลเกล้าฯ ถวายแทน เนื่องจากพระแส้จามรีเก่า ขนจามรีมีสภาพเปราะหักง่าย ไม่สามารถนำมาใช้ในพิธีได้ ส่วนในการพระราชพิธีฉัตรมงคลนั้นก็ได้เชิญพระแส้หางช้างเผือกออกประดิษฐานในพระราชพิธีควบคู่กับพัชนีฝักมะขาม ซึ่งถือเป็น “วาลวิชนี” มาแต่เดิมด้วย

๕. ฉลองพระบาท เป็นฉลองพระบาทเชิงงอน ทำด้วยทองคำลงยาราชาวดีฝังเพชร มีน้ำหนัก ๖๕๐ กรัม สร้างขึ้นเป็นเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ มาตั้งแต่ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ในการพระราชพิธีบรม-ราชาภิเษก ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระราชครูพราหมณ์พิธีเป็นผู้สวมฉลองพระบาทนี้ถวาย ส่วนในการพระราชพิธีฉัตรมงคล เชิญประดิษฐานที่ชั้นลดของพระแท่นราชบัลลังก์ ต่ำกว่าเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์อื่นๆ
เครื่องประโคม เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์ที่สำคัญ มีอยู่ ๒ ประเภท คือ
๑. เครื่องประโคมแตรและมโหระทึก
๒. เครื่องประโคมสังข์ แตร กลองชนะ
สำหรับเครื่องประโคมแตรและมโหระทึกนั้น จะเป็นเครื่องประโคมที่ใช้ในการเสด็จออกขุนนาง หรือเสด็จพระราชดำเนินในกระบวนน้อยในการประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
ส่วนเครื่องประโคมสังข์ แตร กลองชนะ จะใช้ประโคมในเวลาเสด็จพระราชดำเนินขบวนพยุหยาตรา หรือเสด็จออกในการพระราชพิธีใหญ่ ที่มีการยืนช้าง ยืนม้า
เทียนบูชาเทวดานพเคราะห์ หมายถึง เทียนและธูปจำนวนอย่างละ ๑๑๗ เล่ม สำหรับจุดบูชาเทวดา-นพเคราะห์ ๙ องค์ ตามกำลังวัน ซึ่งจะใช้ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา
เทียนปาฏิโมกข์ หมายถึง เทียนที่พระราชทานในพิธีกฐิน จำนวน ๒๖ เล่ม สำหรับพระสงฆ์จุดบูชาประธานในพระอุโบสถในวันทำปาฏิโมกข์ครั้งละ ๑ เล่ม ตลอดทั้งปี
เทียนพระมหามงคล (เทียนมงคล) คือ เทียนที่มีขนาดยาวเท่ารอบพระเศียร จุดในการพระราชพิธีมงคล เช่น การเฉลิมพระชนมพรรษา พระราชพิธีหล่อพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ซึ่งหากเป็นประเพณีหลวงจะตั้งคู่ จุดคู่กับเทียนเท่าพระองค์
เทียนเท่าพระองค์ คือ เทียนที่มีขนาดสูงเท่าพระองค์ วัดตั้งแต่พระบาทถึงพระเศียร ๑ คู่ จุดคู่กับเทียนพระมหามงคล อยู่ในตู้ข้างธรรมาสน์ศิลา ๒ ด้าน คือ ด้านพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และด้านพระพุทธเลิศหล้า-นภาลัย ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม การจุดต้องจุดเทียนพระมหามงคลก่อนแล้วจึงจุดเทียนเท่าพระองค์
เบญจคัพย์ หมายถึงพระเต้าศิลาภายในแบ่งเป็น ๕ ช่อง บรรจุน้ำเทพมนต์สำหรับพระมหากษัตริย์ทรงรับน้ำอภิเษกตามลัทธิพราหมณ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ผ้าคู่สดับปกรณ์ หมายถึง ผ้าขาวคู่หนึ่ง ผืนหนึ่งสมมติเป็นผ้านุ่ง อีกผืนหนึ่งสมมติเป็นผ้าห่ม ผูกรวมกันไว้ถวายพระสงฆ์ในการสดับปกรณ์พระบรมอัฐิและพระอัฐิ
พระเต้าทักษิโณทก คือ เต้าหรือคนโทเล็กๆ มีขันพานรองเป็นที่รองรับน้ำ ใช้สำหรับกรวดน้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศล

พระที่นั่งภัทรบิฐ เป็นพระที่นั่งสำหรับสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าประทับรับเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ เครื่องบรมราชูปโภค รับพระแสงราชศาสตราวุธ และพระแสงอัษฎาวุธ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ เป็นพระที่นั่งสำหรับสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าประทับรับน้ำอภิเษกในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระแท่นราชบัลลังก์ประดับมุก ตั้งอยู่ภายในพระที่นั่งดุสิต-มหาปราสาท เป็นพระราชบัลลังก์ที่ประทับของสมเด็จ-พระมหากษัตริยาธิราชเจ้าในโอกาสที่เสด็จฯ ออกมหาสมาคม และเป็นที่ประดิษฐานปูชนียวัตถุในการพระราชพิธีต่างๆ เช่น ประดิษฐานเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ในการพระราชพิธีฉัตรมงคล หรือเมื่อได้มีการประดิษฐานพระบรมศพ หรือพระศพสมเด็จพระบรมวงศ์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ก็เชิญพระพุทธรูปขึ้นประดิษฐานไว้เหนือพระแท่นราชบัลลังก์องค์นี้

พระแท่นราชบรรจถรณ์ประดับมุก ตั้งอยู่ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ด้านมุขตะวันออก เดิมเป็นพระแท่นบรรทมพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช แต่เนื่องจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเป็นมหาปราสาทที่ประดิษฐานพระบรมศพสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า สมเด็จพระอัครมเหสี และในบางโอกาสก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ตั้งพระศพสมเด็จ-พระบรมวงศ์บางพระองค์ด้วยแต่ในระหว่างที่ไม่ได้มีการประดิษฐานพระบรมศพ ก็ได้ใช้เป็นพระที่นั่งสำหรับประกอบการพระราชพิธีและการพระราชกุศลต่างๆ เช่น พระราชพิธีฉัตรมงคล เป็นต้น
พระพุทธรูปประจำพระชนมพรรษา หมายถึง พระพุทธรูปที่ทรงสร้างประจำปี เนื่องในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ปัจจุบันมิได้สร้างแล้ว
พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร หมายถึง พระพุทธรูปประจำวันพระราชสมภพ เช่น พระพุทธรูปประจำวันจันทร์ วันอังคาร เป็นต้น
พระสุพรรณบัฏ หมายถึง แผ่นทองจารึกชื่อ
พระหิรัญบัฏ หมายถึง แผ่นเงินจารึกชื่อ
ราชยาน หมายถึง ยานชนิดมีคานหาม
สีวิกา หมายถึง ยานชนิดมีคานหาม, วอ
เสลี่ยง หมายถึง ยานชนิดมีคานหาม